[KAT-TUN Fanfic] Be over one's head Chapter II
posted on 30 Nov 2008 16:10 by jinn in Boyband
Fanfic: KAT-TUN
Paring: AkamePi
Rate: PG
Title: Be over one's head
Chapter II: Skeleton in the closet
เคยมีอาการคล้ายๆจะเป็นลมเพราะท้องว่างไหมครับ?
ถ้าเคย ตอนนี้คุณคงเข้าใจความรู้สึกส่วนหนึ่งของผมในตอนนี้บ้างล่ะ
"ได้นอนบ้างหรือเปล่าเนี่ย??"
น้ำเสียงที่พักหลังๆมานี้ได้ยินแทบทุกวันนั้นแฝงด้วยกระแสความเป็นห่วง.. ห่วงจริงหรือเปล่าผมก็ไม่แน่ใจ ก็ตอนนี้คนในกองถ่ายรวมไปถึงปาปารัซซี่ทั้งหลายอยู่เต็มไปหมด ถ้าเขาจะทำเพื่อให้เข้าคอนเซปอคาเมะมันก็ไม่แปลก
แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังรับถ้วยกระดาษสีขาวที่บรรจุน้ำสีน้ำตาลเข้มรสชาติอ่อนหวานที่เขาส่งมาให้ กลิ่นโกโก้ที่ลอยกรุ่นเข้าจมูกทำให้อาการอดนอนติดต่อกันเป็นเวลานานดีขึ้นบ้างเล็กน้อย
"ขอบใจ" ผมตอบจินไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม มีแสงแฟลชวาบขึ้นแวบหนึ่งแต่ผมไม่สนใจ เพราะภาพที่ออกไปมันก็คงน่าดูอยู่พอควร ตั้งแต่เปิดกล้องของละครเรื่องโกคุเซน ตลอดเกือบเดือนนี้ผมก็แทบจะตัวติดกับจินตลอดจึงเริ่มชินชากับปาปารัซซี่ที่จ้องจะเก็บรูปอคาเมะทั้งหลายบ้าง แต่จินที่เหมือนจะรับรู้ถึงแสงแฟลชนั้นกลับกดหัวคิ้วลงเล็กน้อยก่อนจะคลายออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวของคนตัวเล็กกว่า
คาเมะดื่มน้ำสีน้ำตาลไหม้อย่างช้าๆก่อนจะลดมือลงมาวางที่ตัก ร่องลึกกลางหน้าผากบ่งบอกถึงความเครียดอย่างที่เจ้าตัวเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่ามันมาจากไหน
ทำไมถึงรู้สึกอึดอัดขนาดนี้กันนะ..
"ไหวแน่นะ?"
เสียงนั้นถามอีกครั้ง ไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไรทุกๆพยางค์ที่จินพูดออกมามันทำให้ความรู้สึกปวดหนึบในขมับใต้เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนเต้นตุบๆขึ้นมาจนแทบบ้า ความเครียดสะสมจากการอดนอนและการโหมงานต่อกันเกินสองอาทิตย์ทำให้เส้นความอดทนในสมองขาดผึง มือเล็กบางกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายก่อนจะตวาดเสียงดังลั่น
"เลิกยุ่งซะที!!!!!"
เสียงที่ผ่านลำคอออกไปนั้นดังกว่าที่เจ้าของเสียงคาดคิดนัก เพราะมันทำให้ทั้งคู่กลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งกองถ่ายไปเสียแล้ว
มือที่ขยุ้มเสื้ออีกฝ่ายจนยับคลายออกช้าๆราวกับเพิ่งรู้สึกตัว คาเมะคล้ายจะทำอะไรไม่ถูกไปพักหนึ่งกระทั่งจินเลื่อนมือมาที่ใบหน้าหวานนั้นก่อนจะคลี่ยิ้มบาง
"..ขอโทษนะ นายคงเหนื่อยมาก"
"เอ่อ ..ไม่หรอก ชั้นต่างหาก.." เสียงที่ออกมานั้นสั่นน้อยๆ ไม่สามารถทราบได้ว่าเพราะไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้หรืออะไร หากครู่ต่อมาริมฝีปากบางก็ยิ้มออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ "จินเองก็งานเยอะนี่ ..ชั้นคงบ่นว่าเหนื่อยคนเดียวไม่ได้หรอก"
พูดจบก็ยิ้มทำแก้มป่องทั้งสองข้างพอดูน่ารักให้คนในกองถ่ายเห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
"ขอโทษน้า"
"ห๊ะ ..เอ่อ ..ไม่เป็นไร" ใบหน้าขาวจัดนั้นเหมือนจะชะงักไปเล็กๆ ริมฝีปากที่เหมือนจะพยายามกลั้นยิ้มเขินของจินทำให้ผมยิ้มตามได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ความรู้สึกมึนตึงนั้นซาลงไปเล็กน้อย
ก็รู้สึกดีขึ้นมานิดๆล่ะมั้ง..
...
"ฮ๊า ..เสร็จสักที" ร่างเล็กบิดตัวเพื่อไล่ความเมื่อยขบหลังจากเล่นฉากสุดท้ายของวันเสร็จ นัยน์ตาสีชาอ่อนแหงนขึ้นมองท้องฟ้าสีกรมที่บัดนี้ดูนวลตาเพราะแสงจันทร์ก่อนจะคลี่ยิ้มเหนื่อยๆให้ก้อนเมฆบางเบาที่เคลื่อนตัวผ่าน
เหลือไปถ่ายแบบอีกหนึ่งก็จะได้นอนแล้ว..
คิดได้ดังนั้นก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อเรียกพลังงานก่อนจะต้องชะงักกึกเมื่อในห้องพักนักแสดงมีคนที่แสดงเสร็จตั้งแต่สี่โมงเย็นนอนฟุบอยู่
"อคานิชิ" ชื่อเรียกนั้นดูห่างเหินยามไม่มีกล้องหรือใครๆ อยู่รับรู้ด้วย ร่างเล็กเขย่าตัวคนสูงกว่าเบาๆ
เรียกก็แล้ว เขย่าก็แล้ว คนที่รอบเอวใหญ่สุดในวงก็ไม่มีทีท่าจะกระดิก ร่างเล็กพ่นลมหายใจออกเล็กน้อยก่อนจะกระแทกตัวลงไปนั่งข้างๆแล้วฉุดคอเสื้อคลุมคนขี้เซาอย่างหงุดหงิด
"เดี๋ยวก็ไปอัดรายการสายหรอก จิน!!"
ราวกับต้องมนต์ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มปรือขึ้นพร้อมรอยยิ้มพราวระยับอย่างคนมากเล่ห์ "ฮ้า ...ถ่ายเสร็จแล้วเหรอ งั้นไปกันเถอะคาซึ"
คาเมะชะงักไปกับสรรพนามที่จินใช้เรียก แต่ก็แค่ครู่เดียวเมื่อความรู้สึกโกรธมันพุ่งเข้ามาแทนที่ มือเล็กบางกระชากคอเสื้อคนตรงหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะตวาดใส่อย่างอดไม่อยู่
"แล้วนายมานอนทำซากอะไรที่นี่! ทำไมไม่ไปที่สตูดิโอ ทางโน้นเค้าจะได้มีเวลาจัดการกับเสื้อผ้า ผม หน้า! นายมานอนอืดอยู่นี่มันจะได้อะไร! หัดคิดถึงงานซะบ้างสิ!!"
คาเมะนึกอยากจะชกใบหน้าขาวๆนั่นให้ช้ำกันไปสักข้างด้วยแรงอารมณ์ หากเพราะตั้งสองต้องไปอัดรายการต่อร่างเล็กจึงทำได้แค่ผลักคนตรงหน้าออกไปแรงๆ ก่อนจะสะบัดหน้าพ่นลมหายใจออกไปอีกทาง
กระนั้นจินก็ยังคงทำเพียงมองคนตรงหน้าสักพักก่อนจะยักไหล่ราวกับไม่ใส่ใจ
"ก็อยากรอ"
ร่างเล็กพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ราวกับพยายามระบายอารมณ์ที่ไม่สามารถจะกลั่นออกมาเป็นคำพูดได้ก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินกระแทกไหล่ร่างสูงออกไป ให้คนนั่งรอใจแกว่งเล่น
...โลกของคาเมะในตอนนี้มีเพียงคำว่าหน้าที่เท่านั้น
หากพลาดขึ้นมาสักวัน.. ความรู้สึกราวกับโลกของตัวเองทั้งใบพังทลายลงต่อหน้าต่อตามันจะเป็นยังไงกันนะ
"โอเคครับ ขอบคุณมาก"
คาเมะเดินยิ้มและโค้งขอบคุณสต๊าฟงานตลอดทางจนถึงห้องพัก ทันทีที่ประตูห้องพักปิดลงสีหน้าที่ดูร่าเริงพร้อมจะแจกจ่ายความสุขให้คนรอบข้างก็เหลือเพียงความเหน็ดเหนื่อยเท่านั้นที่ปรากฏ
และไม่ทันที่เสียงถอนหายใจจะออกมาได้จนสุด...
"คาเมนาชิ?"
เสียงที่จะว่าคุ้นก็ไม่อยากยอมรับ และจำได้ทั้งที่ไม่อยากจำทำให้หัวคิ้วเรียวกดลงเป็นร่อง หากริมฝีปากบางกลับเอ่ยทักอีกฝ่ายไปอย่างห้ามปากไม่ทัน
"ยามาชิตะ?"
ยามะพีเลิกคิ้วขึ้นมองคนที่เปลี่ยนสีหน้าสามแบบภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีก่อนจะเอ่ยถามไถ่ด้วยน้ำเสียงนุ่มเสียจนคนโดนถามต้องช้อนตาขึ้นมองอย่างงงๆ
"เป็นอะไรหรือเปล่า?"
พลันความรู้สึกโหวงๆในช่องท้องกลับอุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาด อุ่นขึ้นจนน่ากลัว ...กลัวว่ามีคนรับรู้ถึงความอ่อนแอนที่ซุกซ่อนอยู่
ใบหน้าขาวนั้นซีดหมองลงอย่างเห็นได้ชัดจนคนตัวสูงที่มักจะทำนิสัยปากเสียใส่บ่อยๆ ต้องย่อตัวลงเพื่อที่จะมองโครงหน้าเรียวนั้นให้ชัดเจนขึ้น
"คา ..."
"วันนี้นิวส์มีถ่ายแบบด้วยเหรอ"
คาเมะชิงพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่อีกฝ่ายจะมีโอกาสถามอะไร และนอกจากจะไม่รอคำตอบ ร่างเล็กยังพูดต่ออย่างรวดเร็วน้ำเสียงเลยออกแนวประชดประชันไปอย่างไม่ตั้งใจ
"ดีจังนะ พยายามเข้าล่ะ"
หากก่อนที่จะได้เดินหลบเข้าห้องแต่งตัวไป แขนเล็กบางก็ถูกมือแกร่งรั้งไว้ที่ข้อแขน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มกลมวาวมองคนตัวเล็กกว่าอย่างไม่พอใจนัก
"คาซึ ..."
"อ้าว ไอ้พี"
อีกเสียงของคนที่เพิ่งเสร็จงานทักขึ้นทำให้คาเมะมีโอกาสสะบัดแขนพ้นจากการเกาะกุมของคนตัวสูงกว่า นัยน์ตาเรียวหลุบลงมองพื้นอย่างไม่รู้จะมองไปทางไหน
"ไง มาถ่ายแบบเหมือนกันเหรอ"
"เออ กำลังจะกลับแล้ว"
"ดีนี่!! งานเลิกเร็วชิบ ชั้นยังต้องไปอัดรายการต่ออีกแน่ะ!"
"ป๊ะแกสิ งานน้อยก็ไม่ดังสักทีสิวะ"
ร่างเล็กถอนหายใจกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะปลีกตัวเดินเข้าไปนั่งพักในห้องแต่งตัว แต่นอนปล่อยให้เสียงพูดคุยของสองเพื่อนซี้นั่นดังรบกวนได้ไม่นานความง่วงงันก็เข้าช่วงชิงสติที่มีเหลืออยู่ให้จมดิ่งลงไปสู่ห้วงนิทราอย่างช้าๆ..
"อีกอย่างนะไอ้พี ชั้นว่า ...." จินที่เปิดประตูห้องพักเข้ามาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อพบว่าคาเมะยังไม่เปลี่ยนชุด แถมยังหลับคาโซฟาไปทั้งอย่างนั้น และถึงแม้จะหลับไปแล้วคิ้วทั้งสองก็ยังคงมุ่นเข้าหากันราวกับกำลังฝันร้าย
"คาเมะคงเหนื่อยมาก" ยามะพีคลี่ยิ้มบางๆ ก่อนจะก้าวนำเพื่อนซี้ไปแล้วใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงรอยยับระหว่างหัวคิ้วนั้นให้คลายออกอย่างเบามือ ไออุ่นๆจากคนตัวเล็กสุดในห้องทำให้ร่างหนาเผลอถอนใจออกมา "เฮ้อ .. ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้นะ"
"ทำไมคาเมะถึงเป็นแบบนี้ไปได้ ทำไมคาเมะถึงทิ้งระยะห่างออกไป ทำไม คาเมะ คาเมะ คาเมะ" จินต่อท้ายคำถามที่เพื่อนซี้ตรงหน้าเปรยออกมาด้วยน้ำเสียงติดจะล้อเลียน เบือนหน้าไปสบตากลมๆนั้นอย่างรู้ทันก่อนจะถอนหายใจบ้าง "ชั้นเองก็อยากรู้"
"ชั้นไม่ได้พูดสักคำว่า 'ทำไม' ของชั้นคืออะไร" ยามะพีหัวเราะกับท่าทีของเพื่อนรัก ก็มันน่าขำน้อยซะเมื่อไหร่ล่ะที่ผู้ชายอย่าง อคานิชิ จิน ต้องมานั่งกลุ้มกุมขมับปวดเฮ้ดกับคำถามที่ไม่ถามก็อกจะแตกแต่ถามไปก็ได้ระยะห่างที่มากขึ้นจากคนถามแบบนี้
จินมองคนตรงหน้าอย่างนึกประเมินในใจ เรื่องที่เขากับคาเมะอยู่ในบรรยากาศมึนตึงนั้นมันสะสมมาตั้งแต่เริ่มตั้งวงKAT-TUNแล้ว ส่วนสาเหตุที่ทำให้ความรู้สึกตึงเครียดมันทวีขึ้นเรื่อยๆนั้น เขาเองก็ยังไม่รู้แน่ชัด ทั้งที่กับยามะพีที่คาเมะเคยชื่นขมจนแทบจะเป็นแฟนคลับตอนนี้กลับดูราวกับเคยฆ่ากันมาตั้งแต่ชาติปางก่อนนั้นยังไม่ทราบสาเหตุ แต่ยามะพีกลับไม่แสดงทีท่าว่าเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรทั้งที่เมื่อก่อนยามะพีกับคาเมะเองก็เคยอยู่ด้วยกันบ่อยๆ(นั่นก็เพราะเขาเองนี่แหละที่ชอบลากไปเที่ยวกันสามคน)
ยามะพีหยิบแว่นกันแดดหรูบางเฉียบขึ้นมาสวมก่อนจะทำปากบู่ๆตามสมญานามปลาทอง "ไว้เจอกัน"
"อา.. ไว้เจอกัน"
ชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งยักยิ้มมุมปากแวบหนึ่งก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องพักไปตามเสียงเรียกจากเหล่าสต๊าฟโดยที่จินไม่มีทางรู้เลยว่า นัยน์ตาหลังเลนส์สีชานั้นมองคนที่หลับอยู่บนโซฟาด้วยความรู้สึกเช่นไร..
โหยหามากมายแค่ไหน...